จริงๆ ได้ประกาศออกไปอย่างเป็นทางการในงานแล้ว แต่คิดว่าหลายๆ คนคงอยู่ไม่ทันฟัง จึงเข้ามาประกาศอีกครั้งในเวป เพื่อที่จะได้ชี้แจงและอธิบายเกี่ยวกับเรื่องที่ 
 
"งาน Korean Fiction and Cover ครั้งที่ 5 นี้จะเป็นครั้งสุดท้าย" ค่ะ

คิดว่าหลายๆ คนน่าจะสะกิดใจตั้งแต่แรกเกี่ยวกับชื่อไตเติ้ลของงานในปีนี้ที่ใช้ชื่อว่า Final ซึ่งเวลาที่มีคนถามเข้ามา ทางตัวผู้จัดเองก็จะตอบอย่างกลางๆ ไปว่ายังเป็นเรื่องที่ยังไม่ได้ตัดสินใจ  แถมยังเล่นมุกไปอีกว่าที่ใช้ชื่อนี้เพราะมันเท่ดี ทั้งๆ ที่ในใจนั้น แอบตัดสินใจไปตั้งแต่ตอนที่จัดงานครั้งที่ 4 แล้วค่ะ แต่ที่ยังไม่ตอบคำถามตามตรงนั้น เพราะไม่อยากให้คนมาร่วมงานครั้งนี้โดยคิดว่ามันเป็นครั้งสุดท้าย แต่อยากให้ร่วมงานเพราะอยากมางาน KFC มากกว่า

สำหรับงาน KFC นั้นเป็นงานที่เกิดขึ้นจากความปรารถนา ตัณหา และความอยากของผู้จัดแต่เพียงผู้เดียว (เอิ๊ก) ซึ่งถ้าให้เล่าถึงสาเหตุที่นึกจัดงานนี้ขึ้นมา ทุกคนต้องหัวเราะแน่ๆ เพราะมันต้องย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่ K-Wave เพิ่งเริ่มตั้งไข่ในประเทศไทย ตัวผู้จัดที่ยังเลือกไม่ได้ว่าตัวเองจะชอบทงบังหรือเอสเจดี (ตอนนี้รู้แล้วว่าเป็นเอลฟ์) ได้แต่นึกสงสัยว่าทำไมคนรอบตัวเราถึงเป็นแคสกันหมดนะ แถมยังเขียนฟิคทงบังอีกต่างหาก และด้วยอิทธิพลของเพื่อน ผู้จัดจึงได้เริ่มหัดทำโอพีวีขึ้นมาเป็นครั้งแรก ซึ่งได้นำไปเปิดฉายในงานการ์ตูนงานหนึ่ง แต่ได้รับเสียงตอบรับไม่ดีเท่าไหร่นัก คิดแล้วก็อดเจ็บใจไม่ได้ เพราะอุตส่าห์อดหลับอดนอนทำ คนดูก็แค่ยืนดูเฉยๆ ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย  จนรู้สึกแปลกแยกอย่างประหลาด 
 
ไม่ได้การล่ะ งั้นฉันจะจัดงานสักงาน งานที่จะเป็นพื้นที่ให้เหล่าแฟนคลับที่ชื่นชอบศิลปินเกาหลีด้วยกันมาขายฟิคชั่นและสินค้าต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และที่สำคัญในงานต้องมีโปรเจคเตอร์เอาไว้เพื่อโอพีวีโดยเฉพาะ แล้วดูสิว่าผลตอบรับมันจะเป็นยังไง

TVXQ Ranger เป็นโอพีวีตัวแรกที่ได้เปิดในงาน KFC ครั้งที่ 1 ค่ะ เป็นโอพีวีที่ผู้จัดลงมือกำกับเอง ตัดต่อเอง และเปิดฉายเองซึ่งผลตอบรับก็แสนจะยอดเยี่ยม แม้เสียงกรี๊ดในตอนนั้นจะไม่ดังเหมือนตอนนี้เพราะจำนวนคนร่วมงานในครั้งแรกน้อยกว่าครั้งปัจจุบันเกือบ 3 เท่าได้  แต่มันก็ทำให้โมเม้นต์ที่ทุกคนกรี๊ดหลังจากเห็น OPV ตัวแรกฉายขึ้นบนจอกลายเป็นโมเม้นต์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้จัดงานในงาน KFC ทุกๆ ครั้ง

จะเห็นได้ว่าเหตุผลของการจัดงานดังกล่าวช่างเป็นเรื่องงี่เง่าและแสนจะเอาแต่ใจตัวเองสิ้นดี  ซึ่งในเมื่อ KFC เริ่มต้นจากความอยากล้วนๆ แล้ว  หากจะจบงานที่จัดขึ้นมาต่อเนื่องยาวนานมาถึง 5 ปีได้นั้น ก็มีสาเหตุเพียงอย่างเดียวก็คือ
 
"การที่ได้ทำให้สิ่งที่ตัวเองอยากทำไปหมดแล้ว"

ที่ผ่านมา อะไรที่อยากทำ อะไรที่อยากเห็นในงาน KFC ผู้จัดได้จัดใส่ลงไปจนหมด
ในปีแรกนั้นใส่มากเกินไป จนคอนโทรลไม่ไหว ก็มานั่งจิตตก ถึงความอ่อนหัดของตนเอง
ปีที่สอง เอาใหม่ แก้ไขปรับปรุง จนได้รูปแบบงานที่น่าพอใจ แฮปปี้กันทั้งคนจัด คนขาย และคนที่มาเที่ยวงาน
ปีที่สาม ชักไม่ไหวแล้ว คนมาเยอะเกินไปแล้ว เราต้องเปลี่ยนสถานที่ และขยายสเกลงานเพื่อรองรับความต้องการของทุกคน
ปีที่สี่ ทั้งๆ ที่เตรียมการมาอย่างดี แต่ก็เพิ่งรู้ว่าปัญหาบางอย่างก็ไม่ได้เกิดจากตัวเรา
และปีที่ห้า ไม่รู้ว่าใครจะว่ายังไงนะ แต่เราพอใจกับงานครั้งนี้มากที่สุดแล้ว และเหนื่อยน้อยกับมันที่สุด เพราะส่วนมากจะเหนื่อยใจมากกว่า (ฮา)
 
อย่างไรเสีย ก็รู้สึกดีใจค่ะ ที่งานครั้งที่ 5 จบได้อย่างราบรื่นสวยงาม นั่นยิ่งทำให้เราไม่มีอะไรค้างคาใจเกี่ยวกับงาน KFC อีกต่อไป จึงอยากจะขอยุติบทบาทตัวเองในฐานะผู้จัดงาน KFC แต่เพียงเท่านี้ แล้วไปทำอย่างอื่นดูบ้าง อาจจะเป็นการจัดอีเว้นท์เล็กๆ สักงานที่ไม่เหนื่อยมาก (แฮ่)
 
โอ๊ะ พูดถึงเรื่องนี้ เนื่องจากผู้จัดได้ก่อดราม่ากับน้องๆ วงโคฟเวอร์ไปอย่างไม่รู้ตัว  ทำให้สำนึกได้ว่า ตัวเองนั้นไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย ทั้งๆ ที่จัดงานที่เกี่ยวกับวงการโคฟเวอร์มาตั้ง 5 ปีแล้ว ก็ยังคงคิดอะไรง่ายๆ เหมือนเดิม ความผิดพลาดอะไรที่ได้ทำลงไปแล้ว  ใช่ว่าขอโทษแล้วจะทำให้ความรู้สึกที่เสียไปกลับคืนมาได้  อย่างน้อยควรจะแสดงความรับผิดชอบสักอย่าง  นั่นคือ ต่อไปนี้เราคงไม่จัดงานอะไรที่เกี่ยวข้องกับการออดิชั่นวงโคฟเวอร์อีกแล้ว คิดว่าสมควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนที่สนใจ เข้าใจ และอยากทำจัดการดีกว่าเนอะ
 
สุดท้ายนี้  หากมีใครถามว่า "ในชีวิตมีสิ่งอะไรที่เป็นความภาคภูมิใจบ้าง?"
คำตอบของเราคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก "การได้เป็นผู้จัดงาน Korean Fiction and Cover" ค่ะ
 
แล้วพบกันใหม่นะคะ
 
หมายเหตุ อยากจะขอให้ทุกคนที่เคยได้มีส่วนร่วมในงานของเรา ไม่ว่าครั้งใดก็ตาม ช่วยกันมาแชร์ประสบการณ์ ความประทับใจ และความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับงาน KFC สักนิด จะขอบคุณมากค่ะ

edit @ 5 Sep 2011 21:30:45 by KFC Staff